แชร์

สเต็มเซลล์แรกคลอดคืออะไร? ทำไมหลายครอบครัวเลือกเก็บตั้งแต่วันคลอด

อัพเดทล่าสุด: 8 ม.ค. 2026
8 ผู้เข้าชม

“สเต็มเซลล์แรกคลอด” ถูกพูดถึงมากขึ้นในกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนอนาคตให้ลูกน้อย และหลายท่านอาจเคยได้ยินว่า เก็บได้ตอนคลอดเท่านั้น หรือ พลาดแล้วพลาดเลย เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ ต้องใช้ข้อมูลต่าง ๆ เพื่อตัดสินใจ 

บทความนี้ AVIOLA จะพาไปทำความเข้าใจแบบเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ความหมาย เหตุผลที่ต้องเก็บตอนคลอด ไปจนถึงประโยชน์และระยะเวลาการจัดเก็บ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและถี่ถ้วน


สเต็มเซลล์แรกคลอดคืออะไร?
สเต็มเซลล์แรกคลอดคือ เซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ที่ได้จากสายสะดือและรกของทารกหลังคลอดทันที ถือเป็นสเต็มเซลล์ที่มีความอ่อนวัยสูงมาก เพราะยังไม่ผ่านการเสื่อมจากอายุ โรค หรือสิ่งแวดล้อม

หากอธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ สเต็มเซลล์เปรียบเสมือน “เซลล์ตั้งต้น” ที่ยังไม่ได้ถูกกำหนดบทบาทเฉพาะ เมื่ออวัยวะหรือเนื้อเยื่อในร่างกายเกิดการเสื่อมหรือบาดเจ็บ ร่างกายจะใช้เซลล์ตั้งต้นเหล่านี้ เข้ามาช่วยสนับสนุนกระบวนการซ่อมแซมและฟื้นฟูให้ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ดีขึ้นอีกครั้ง

ทำไมต้องเก็บสเต็มเซลล์ “ขณะคลอด” เท่านั้น
ทั่วไปแล้วหลังจากการคลอดเสร็จสิ้น สายสะดือและรกจะถูกทิ้งตามขั้นตอนทางการแพทย์ หากไม่ได้ทำการฝากเก็บสเต็มเซลล์ในช่วงเวลานั้น จะไม่สามารถย้อนกลับมาเก็บใหม่ได้อีก และนี่คือเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่ควรตัดสินใจ เก็บสเต็มเซลล์แรกคลอด

1. สเต็มเซลล์แรกคลอดมีความอ่อนวัยและความบริสุทธิ์สูง
สเต็มเซลล์ที่ได้จากสายสะดือและรกเป็นเซลล์ที่เพิ่งกำเนิด ยังไม่ผ่านการเสื่อมจากอายุ ความเครียด สิ่งแวดล้อม หรือโรคต่าง ๆ จึงมีคุณภาพสูง แข็งแรง และมีศักยภาพในการแบ่งตัว และสามารถพัฒนาเป็นเซลล์ชนิดอื่นได้ดี

2. มีโอกาสนำไปใช้ทางการแพทย์ในอนาคตได้มากกว่า
เนื่องด้วยคุณภาพและความอ่อนวัยของเซลล์ สเต็มเซลล์แรกคลอดจึงถูกนำมาใช้และศึกษาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านโรคระบบเลือด ภูมิคุ้มกัน และการแพทย์ฟื้นฟู รวมถึงรองรับเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่อาจพัฒนาเพิ่มขึ้นในอนาคต

3. เป็นการวางแผนสุขภาพระยะยาวให้ลูกน้อย
การเก็บสเต็มเซลล์แรกคลอดไม่ได้หมายถึงการรักษาในทันที แต่เป็นการเตรียมทรัพยากรทางการแพทย์ไว้ล่วงหน้า เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพของลูกน้อย 

สเต็มเซลล์แรกคลอด เก็บจากบริเวณไหนบ้าง?
สเต็มเซลล์แรกคลอดไม่ได้มาจากเพียงจุดเดียว แต่สามารถเก็บได้จากหลายบริเวณของสายสะดือและรก ซึ่งล้วนเป็นทรัพยากรทางสุขภาพที่มากับลูกตั้งแต่วันแรกของชีวิต และเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เห็นภาพชัดขึ้น AVIOLA จะพาไปทำความรู้จักแหล่งสเต็มเซลล์แรกคลอดในแต่ละส่วนกันค่ะ

เลือดสายสะดือ (Cord Blood)
เลือดสายสะดือเป็นแหล่งของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด Hematopoietic Stem Cells (HSCs) โดยสามารถนำมาใช้ในการฟื้นฟูโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเลือดและโรคทางพันธุกรรมได้มากกว่า 80 โรค

  • กลุ่มมะเร็งเม็ดเลือดทุกชนิด 
เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
  • กลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ไขกระดูก  
เช่น ภาวะไขกระดูกฝ่อ, กลุ่มอาการไขกระดูกเสื่อม
  • กลุ่มโรคที่ภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด 
เช่น โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงแต่กำเนิด, โรคขาดแอนติบอดี 
  • กลุ่มโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเม็ดเลือดแดง
เช่น โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย, โรคเม็ดเลือดแดงรูปเคียว
  • กลุ่มโรคจากการเผาผลาญผิดปกติ 

เช่น โรคเบาหวาน, โรคไขมันพอกตับ

เนื้อเยื่อสายสะดือ (Cord Tissue)
เนื้อเยื่อสายสะดือ เป็นแหล่งของ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งเป็นสเต็มเซลล์ที่มีศักยภาพสูงในการฟื้นฟู ซ่อมแซม เซลล์ที่เสื่อมสภาพ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น กระดูก กระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ หลอดเลือด และผิวหนัง 

แนวทางการใช้ MSCs ในการฟื้นฟูสุขภาพ ปัจจุบันมีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ศึกษาและต่อยอดการใช้สเต็มเซลล์ชนิดนี้กับโรคต่าง ๆ เช่น
  • โรคอัลไซเมอร์
  • โรคพาร์กินสัน
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคตับแข็ง
  • โรคกระดูกและข้อเสื่อม
  • โรครูมาตอยด์ (ภูมิแพ้ตัวเองชนิดข้ออักเสบ)
  • โรคสะเก็ดเงิน
  • โรคจอประสาทตาเสื่อม
  • โรคออทิสติก
  • ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • โรคระบบประสาทส่วนกลางเสื่อม

 

เนื้อเยื่อหุ้มรก (Amnion Tissue Stem Cells)
เนื้อเยื่อหุ้มรกเป็นอีกหนึ่งแหล่งของ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ที่มีความโดดเด่นในด้านความบริสุทธิ์สูง และมีความสามารถในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ได้รวดเร็ว สเต็มเซลล์จากเยื่อหุ้มรกได้รับการยอมรับว่ามีศักยภาพสูงในการ ฟื้นฟูระบบประสาทและสมอง รวมถึงช่วย ลดการอักเสบ และกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมของเซลล์ทั่วร่างกาย

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้  จึงมีการศึกษาทางการแพทย์อย่างต่อเนื่องถึงศักยภาพของสเต็มเซลล์ชนิดนี้ในการช่วยฟื้นฟูโรคเสื่อมเรื้อรังและโรคทางระบบประสาท เช่น

  • โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
  • โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s disease)
  • โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid arthritis)
  • โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)
  • โรคออทิสติก (Autism spectrum disorder)
  • โรคทางระบบประสาท (Neurological disorders)
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • โรคสมองพิการ (Cerebral palsy)
  • ภาวะอัมพาต (Paralysis)

เนื้อเยื่อรก (Placenta Stem Cells)
รก (Placenta) คืออวัยวะพิเศษที่เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์ ทำหน้าที่ส่งผ่านสารอาหารและออกซิเจนให้ทารกในครรภ์ จึงถือเป็น “ต้นกำเนิดแห่งชีวิต” ที่อุดมไปด้วยสารชีวภาพสำคัญ เช่น เอนไซม์ เปปไทด์ โพลีดีออกซินิวคลีโอไทด์ วิตามิน กรดอะมิโน และ Growth Factors

อีกทั้ง เนื้อเยื่อรกยังเป็นแหล่งของ Mesenchymal Stem Cells (MSCs) ซึ่งมีศักยภาพสูงในการ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ลดการอักเสบ และกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่

แนวทางการใช้ MSCs ในการฟื้นฟูสุขภาพ
ปัจจุบันมีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ศึกษาและต่อยอดการใช้สเต็มเซลล์ชนิดนี้กับโรคต่าง ๆ เช่น
  • โรคอัลไซเมอร์
  • โรคพาร์กินสัน
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • โรคเบาหวาน
  • โรคตับแข็ง
  • โรคกระดูกและข้อเสื่อม
  • โรครูมาตอยด์ (ภูมิแพ้ตัวเองชนิดข้ออักเสบ)
  • โรคสะเก็ดเงิน
  • โรคจอประสาทตาเสื่อม
  • โรคออทิสติก
  • ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
  • โรคระบบประสาทส่วนกลางเสื่อม
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาเกี่ยวกับศักยภาพของสเต็มเซลล์จากรกในด้านการดูแลผิวและการชะลอความเสื่อมของเซลล์ โดยช่วยสนับสนุนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติ ทำให้ผิวดูเรียบเนียน ยืดหยุ่น และสมดุลมากขึ้น

สเต็มเซลล์แรกคลอด ใช้ได้ตอนไหน?
สเต็มเซลล์แรกคลอด ไม่จำเป็นต้องใช้ทันที ไม่ต้องกังวลว่าเซลล์ที่ถูกเก็บไปประสิทธิภาพจะลดลงตาลกาลเวลาไหม โดยทั่วไปธนาคารสเต็มเซลล์ จะจัดเก็บไว้ใน ถังไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen Tank) ที่อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส เพื่อคงคุณภาพของเซลล์ให้สดใหม่อยู่เสมอ 

แล้วจะสามารถนำสเต็มเซลล์ออกมาใช้ได้ตอนไหนนะ?
  • หลังการผ่าตัดใหญ่ ที่ต้องการการฟื้นฟูของร่างกาย
  • เมื่อเกิดภาวะหรือโรคจากความเสื่อม และต้องการชะลอการพัฒนาเป็นโรคเรื้อรัง
  • เมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่าการใช้สเต็มเซลล์เหมาะสมกับผู้ป่วย
  • เมื่อต้องการแนวทางเสริมเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูร่วมกับการรักษาหลัก


สเต็มเซลล์แรกคลอด เก็บได้นานแค่ไหน?
หนึ่งในคำถามสำคัญของคุณพ่อคุณแม่คือ สเต็มเซลล์ที่เก็บไว้ตั้งแต่วันคลอด จะสามารถเก็บได้นานแค่ไหน และเพียงพอต่อการใช้งานในอนาคตหรือไม่

สำหรับ AVIOLA สเต็มเซลล์แรกคลอดสามารถจัดเก็บได้นาน สูงสุดถึง 60 ปี ครอบคลุมตั้งแต่วัยเด็ก วัยผู้ใหญ่ ไปจนถึงช่วงสูงอายุ ภายใต้ระบบการแช่แข็งและควบคุมอุณหภูมิอย่างเข้มงวด พร้อมการดูแลและตรวจสอบคุณภาพของเซลล์อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาการจัดเก็บ

การเก็บสเต็มเซลล์ในระยะยาว จึงไม่ใช่เพียงการเก็บเซลล์ไว้ แต่คือการเก็บ “โอกาสด้านสุขภาพ”   เพื่อให้ลูกมีทางเลือกมากขึ้นในวันที่อาจจำเป็นต้องใช้การแพทย์ฟื้นฟูในอนาคต

สรุป
สเต็มเซลล์แรกคลอดคือของขวัญที่คุณพ่อคุณแม่มอบให้ลูกน้อยตั้งแต่วันลืมตาดูโลก สเต็มเซลล์แรกคลอด เป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่มีความอ่อนวัยและคุณภาพสูง ซึ่งสามารถเก็บได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตของลูกน้อย การเลือกเก็บสเต็มเซลล์ตั้งแต่วันคลอดจึงไม่ใช่การตัดสินใจเพื่อวันนี้ แต่เป็นการเก็บโอกาสด้านสุขภาพไว้ล่วงหน้า การวางแผนนี้เกิดจากความตั้งใจของพ่อแม่ ที่อยากดูแลสุขภาพในอนาคตของลูกน้อยให้ดีที่สุด



บทความที่เกี่ยวข้อง
กำลังจะมีลูก 1 คน ต้องรู้อะไรบ้าง? มีคำตอบแล้วในบทความนี้!
สรุปสิ่งที่พ่อแม่ควรรู้เมื่อกำลังจะมีลูก 1 คน ทั้งพัฒนาการ โภชนาการ การดูแล สุขภาพใจ และการวางแผนสุขภาพระยะยาว
8 ม.ค. 2026
สเต็มเซลล์คืออะไร? จำเป็นไหม ดีจริงหรือไม่ รวมทุกคำตอบที่คุณควรรู้
ทำความเข้าใจว่าสเต็มเซลล์คืออะไร Stemcell ดีจริงไหม เก็บ Stemcell จำเป็นไหม พร้อมข้อมูลการเก็บสเต็มเซลล์ในผู้ใหญ่ ประโยชน์ ข้อควรรู้ และค่าใช้จ่ายโดยสรุป
8 ม.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ